ข่าวเด่น

ความคืบหน้า ผู้กำกับโจ้

เป็นประเด็นที่หลายนให้ความสนใจอย่างมาก กรณีที่ผู้กำกับโจ้ พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ได้กระทำรุนแรงต่อผู้ต้องหาจนเป็นประเด็นใหญ่อยู่ขณะนี้

นอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นคนเด่น-คนดังในวงการตำรวจแล้ว ชื่อของ ผู้กำกับโจ้ ก็ยังมีความผูกพันกับแวดวงบันเทิงไม่น้อยเช่นกัน โดยมีรายงานว่าประวัติของ พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ เป็นตำรวจไฮโซ มีเพื่อนพ้องอยู่ในวงการไฮโซตั้งแต่ตอนเป็นสารวัตร จนได้ฉายา โจ้ เฟอร์รารี่ เนื่องจากมีรถสปอร์ตหลายคัน รวมถึง แลมโบกินี่ Aventador LP 720-4 50 Anniversario ซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 50 ปี ของ Automobili Lamborghini ผลิตเพียง 100 คัน มูลค่าหลายสิบล้าน ซึ่งลือกันว่า ผู้กำกับโจ้ ได้รถหรูคันนี้มาเป็นคนแรกในไทย

และเมื่อช่วงต้นปี 2557 พ.ต.อ. ธิติสรรค์ หรือ สารวัตรโจ้ ได้ขอ เมย์ พิชญ์นาฏ สาขากร ดาราสาว แต่งงาน ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนฝูงคนสนิท แต่เมย์ยังไม่ได้ตกลงใจ จากนั้นไม่กี่วันกลับมีภาพของสารวัตรโจ้ในพิธีแต่งงานกับ แจน นิศารัตน์ กรรณสูต ไฮโซเจ้าของธุรกิจเต็นท์รถหรูที่จำหน่ายรถเฟอร์รารี่ และภาพอุ้มลูกชายหลุดออกมา พร้อมกับกระแสข่าวที่ว่า ไฮโซสาวเป็นงงสุด ๆ ที่สามีไปขอเมย์แต่งงานทั้งที่ยังไม่ได้หย่าร้างกัน ซึ่งขณะนั้น เมย์ยังเชื่อใจฝ่ายชาย เพราะโจ้บอกว่าเลิกกับภรรยาเก่ามา 2 ปีแล้ว

ต่อมาในวันเกิดของ เมย์ พิชญ์นาฏ ในเดือนพฤษภาคม 2557 สารวัตรโจ้ได้ขอดาราสาวแต่งงานอีกรอบต่อหน้าเพื่อน ๆ ในงานปาร์ตี้ แต่เมย์ก็ยังไม่ตกลง บอกว่าให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ จากนั้นในเดือนมิถุนายน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มมีปัญหาและเลิกรากัน และเหมือนจะจบกันไม่สวย เพราะดาราสาวเคยมีการโพสต์ตำหนิสารวัตรโจ้ เชื่อว่าอยู่เบื้องหลังการที่เมย์ถูกสาวปริศนาออกมาให้ข่าวโจมตีหลังจากเลิกรากันไป ซึ่งทางตำรวจหนุ่มพยายามตามง้ออยู่พักใหญ่แต่ไม่สำเร็จ

โดยหลังจากเลิกรากับดาราสาว ข่าวคราวของ สารวัตรโจ้ กับวงการบันเทิงได้เงียบหายไปพักใหญ่ จนมาติดยศ พ.ต.ท. ในฐานะตำรวจปราบปรามยาเสพติดมือฉมัง มีผลงานการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติมาให้หน่วยงานได้ชื่นชมกันเป็นระยะ ก่อนที่ปัจจุบันจะได้เลื่อนยศเป็น พ.ต.อ. และได้เป็น ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ และมีรายงานว่า

หลังจากย้ายมาที่นครสวรรค์ใหม่ ๆ บรรดาตำรวจผู้น้อยต่างตื่นเต้นดีใจ เพราะค้นข้อมูลพบว่ามีฐานะดี เป็นตำรวจจิตอาสา เป็นไฮโซ มีแฟนเป็นดารา และจากปากของเจ้าตัวมักจะบอกว่ารู้จักตำรวจผู้หลักผู้ใหญ่ดี ซึ่งการมาของเขาน่าจะเป็นผลดีกับเรื่องเบี้ยเลี้ยง ค่าน้ำมัน ของตำรวจผู้น้อย แต่ล่าสุดกลับปรากฏเป็นข่าวเรื่องการสั่งย้ายด่วน เพราะโดนชุดจับกุมแฉว่าเจ้าตัวเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของผู้ต้องหาดังกล่าว

ล่าสุดมีรายงานว่า หลังจากที่ทั้งวันมีกระแสข่าวการมอบตัวของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ หลังจากทนแรงกดดันจากทางชุดไล่ล่าที่ทาง ผบ.ตร. ตั้งขึ้นวานนี้ไม่ไหว พ.ต.อ.ธิติสรรค์ จึงได้แจ้งพิกัด ว่าจนเองอยู่ที่ใด ชุดไล่ล่าจึงทำการตรวจสอบและพบตัว พ.ต.อ.ธิติสรรค์ แล้ว พร้อมกันนั้นได้นำตัวไปยังเซฟเฮ้าส์ และรายงานให้ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงรับทราบ

วันนี้ช่วงเย็น พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. หัวหน้าชุดสืบสวนติดต่อ จะบินจาก กทม. ไปเพื่อทำการสอบปากคำเบื้องต้น ที่มาที่ไปของการกระทำดังกล่าว และในวันพรุ่งนี้ ผบ.ตร.จะเดินทางไปสมทบ เพื่อเปิดเผยรายละเอียดของคดีต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน หัวหน้าชุดสอบสวนดังกล่าวประกอบด้วย พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ เป็นรองหัวหน้าคณะฯ พร้อมกันนั้น มีทีมชุดไล่ล่าประกอบด้วย พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.ภ.7 และพ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3

ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. วันที่ 26 สิงหาคม 2564 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายหลังเจ้าหน้าที่นำตัว ผู้กำกับโจ้ มาถึงกองบังคับการปราบปรามแล้ว โดยมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.ภ.7, พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบช.ภ.6 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมสอบปากคำ

เบื้องต้น ผู้กำกับโจ้ เปิดปากรับสารภาพ เหตุที่เกิดขึ้นเพราะต้องการขยายผลยาเสพติดต่อ แต่พลาดทำให้ผู้ต้องหาเสียชีวิต แต่ไม่เคยมีการข่มขู่เรียกเงิน 2 ล้านบาท จากผู้ต้องหาที่เป็นข่าว เป็นเรื่องที่ถูกใส่ร้าย และหลังจากเกิดเหตุเห็นข่าวจับกุมลูกน้องรู้สึกสงสารลูกน้องเลยตัดสินใจติดต่อนายตำรวจที่เคารพเพื่อขอมอบตัว รับว่าเห็นข่าวเครียดจนคิดอยาก ฆ่  า ตั ว ตา ย หนีปัญหา

ความคืบหน้าคดีผู้กำกับโจ้ ล่าสุดที่บริเวณด้านหน้า เรือนจำกลางพิษณุโลก นายสมพงษ์ เย็นแก้ว รองอธิบดีอัยการภาค 6 พ.ต.ท.ชน อินพิทักษ์ เลขานุการอัยการภาค 6 ได้เดินทางกลับ หลังจากได้สอบสวน พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ อดีตผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรนครสวรรค์ พร้อมพวก รวม 7 คน

ตามข้อกล่าวหาฆ่าคนตายโดยทรมาณโหดร้าย หน่วงเหนียวกักขังเป็นเหตุให้คนตาย เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เป็นเวลา 2 ชั่วโมงกว่า พบว่า อดีต ผู้กำกับโจ้ และพวก ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยยืนยันว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อต้องการข้อมูล ย า เ ส พ ติ ด

นายสมพงษ์ เย็นแก้ว รองอธิบดีอัยการภาค 6 เปิดเผยว่า ในกรณีที่มีการชันสูตรพลิกศพ ที่เจ้าพนักงานอ้างว่ามีผู้ตายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ และตายระหว่างควบคุมของเจ้าพนักงาน

ซึ่งอ้างปฏิบัติหน้าที่ ตามหลักจะต้องมีการสอบสวนของพนักงานอัยการร่วมกับพนักงานสอบสวน การเดินทางมาในครั้งก็เนื่องมาจากสำนวน ที่พนักงานสอบสวนได้ทำไว้เป็นเพียง พนักงานสอบสวนทำแต่เพียงฝ่ายเดียว พนักงานอัยการไม่ได้มีส่วนร่วมด้วยดังนั้น จึงต้องร่วมสอบสวนให้ครบกระบวนการ โดยในครั้งนี้มีทนายความเข้าร่วมระหว่างสอบสวนด้วย

นายสมพงษ์ บอกว่า อดีตผู้กำกับโจ้ ยังคงให้การภาคเสธอยู่ ว่าเป็นผู้กระทำจริงแต่ไม่ได้มีเจตนาฆ่า เขาอ้างเพียงว่าต้องการข้อมูล ซึ่งการแจ้งข้อกล่าวหาโดยเจตนาในส่วนของอัยการจะดูในเรื่องของเจตนา ว่าเล็งเห็นผลหรือไม่ ตามหลักการของกฎหมาย

ซึ่งผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้การอย่างไรก็ได้ แต่พนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการจะดู พยานหลักฐานที่ปรากฏ ว่ามีลักษณะของเจตนาที่จะฆ่าจริงหรือไม่ มีลักษณะที่ทารุณโหดร้ายจริงหรือไม่ แต่จะดูจากพฤติการณ์ตามหลักฐานที่ปรากฏประกอบด้วย ซึ่งจากการดูหลักฐานพบว่ามีร่องรอยช้ำที่คอ การไม่มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง จึงเป็นสาเหตุของการตาย ตามผลการชันสูตรของแพทย์

ส่วนกรณีเรื่องที่จะมีการแจ้งข้อกล่าวหา แจ้งความเท็จ พบว่า โรงพยาบาลเอกชนไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมาย จึงไม่เข้าข่ายการกระทำความผิดแจ้งความเท็จได้ แต่สำนักงานอัยการภาค 6 จะกำกับดูแลทุกข้อกล่าวหา หากพบว่าเป็นการกระทำความผิดก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในวันนี้ทั้งหมด

การเดินทางมาร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวน เพราะสำนักงานอัยการภาค 6 มีบทบาทหน้าที่ ในการตรวจพยานหลักฐาน ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงทุกอย่าง ไม่ใช่ปล่อยให้ตำรวจทำเพียงแต่ฝ่ายเดียวได้ อัยการต้องคอยตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงถูกต้องหรือไม่ พยานหลักฐานมีน้ำหนักมากน้อยแค่ไหน

หลังจากการสอบสวนเสร็จในวันนี้จะเร่งทำสำนวนการสอบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งในอาทิตย์หน้า สำนวนการชันสูตรพลิกศพจะนำมาประชุมร่วมกัน แล้วนำมาส่งให้อัยการเพื่อยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อไต่สวนชันสูตรพลิกศพ ด้วยการเบิกความต่อศาลด้วย คาดว่าไม่เกิน 30 วัน น่าจะส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาว่าจะมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ก่อนส่งให้ศาล

อย่างไรก็ตาม สำนักงานอัยการภาค 6 พร้อมด้วยตำรวจกองปราบปราม และ ตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ เข้าสอบปากคำอดีต ผู้กำกับโจ้ และพวก เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน พบไม่มีความผิดแจ้งความเท็จ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *